วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553
ดร.รัชดา ธนาดิเรก... ส.ส.ที่น่ารู้จัก จากบล็อก โอเคเนชั่น oknation.net
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=413920
http://www.thaisarn.com/th/news_reader.php?newsid=466491
เรื่องสัจธรรมความหมายของคำว่า นารีพิฆาต
รอบกรุง
มหาธานี
รอบกรุง วันนี้ .... แม้ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.จะแพ็กกระเป๋าเดินทางกลับจากต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่เมื่อ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ในวันนี้ กลับไม่มีภารกิจของผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์เลย .... หลายฝ่ายเลยอดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ ต้องการจะหลบหน้าใครหรือเปล่า .... เพราะหลังจากมีเว็บไซต์หนึ่งลงเรื่องเล่าจากเสาชิงช้า เรื่องสัจธรรมความหมายของคำว่า นารีพิฆาต ทำเอาข้าราชการใต้ถุนศาลาว่าการอยากรู้อยากเห็นกันยกใหญ่ .... แว่วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมี "อดีต" คนวงใน กทม.นั่นแหละที่ปูดเรื่องขึ้นมา หวังเอาคืนผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ .... ไม่รู้ว่าทีมผู้บริหารจะรับมือกับข่าวฉาวที่จะถูกปล่อยออกมาเป็นระลอกๆ อย่างไร ขณะที่ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์จะวางตัวอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น .... เพราะผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์เคยประกาศไว้ว่าหากอีกฝ่ายไม่จบ ก็มีทีเด็ดที่จะงัดออกมาฟาดฟันเหมือนกัน ต้องจับตากันให้ดีๆ .... ขณะที่สัปดาห์นี้ พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม.ก็จะแพ็กกระเป๋า เดินทางไปประเทศอินเดียเพื่อจาริกแสวงบุญกันอีกรอบ หลังจากปีที่แล้วก็เพิ่งไปมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจะหนีเรื่องร้อนๆ อย่างคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงเจ้าปัญหาหรือไม่ .... เพราะผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์บอกจะเจรจากับตัวแทนของ บ.สไตเออร์อีกรอบเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านทีวีคอนเฟอเรนซ์ แต่สุดท้ายคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ก็มีมติที่จะส่งเป็นจดหมายไปแทน โดยต้องรอให้ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ลงนามอีก .... ส่วนกรณีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาการค้าระหว่างประเทศ นัดพิจารณาคดีกรณีที่ กทม.ขอให้พิจารณาเพิกถอนสัญญาซื้อขายรถและเรือดับเพลิงฯ ในวันที่ 22 ก.พ. .... หมอมาลินีบอกสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะทำงานด้านกฎหมายของ กทม. อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารขั้นสุดท้าย ตามลุ้นกันว่าจะมีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง .... ส่วนวันนี้ ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.จะนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการปรับปรุงภูมิทัศน์สภาพแวดล้อมและปัญหาทาง สังคมในพื้นที่สนามหลวงอีกรอบ .... ไม่รู้ว่าการประชุมนัดนี้จะมีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมบ้าง เพราะจนถึงขณะนี้หน่วยทหารพัฒนาก็ยังไม่ได้เริ่มเข้าไปปรับปรุงภูมิทัศน์ สนามหลวงเสียที หวังว่าการประชุมวันนี้ชาวบ้านจะได้เห็นความชัดเจนโดยเฉพาะประเด็นนี้เพิ่ม มากขึ้น ....
หน้า 28
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaVoyc3hNREU0TURFMU13PT0=§ionid=TURNek1nPT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB4T0E9PQ==
กทม.ดึง"สุพัตรา"แก้ชุมชนแออัด
| วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6990 ข่าวสดรายวัน กทม.ดึง"สุพัตรา"แก้ชุมชนแออัด นาง ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาข้อเรียกร้องของเครือข่ายสลัม 4 ภาค เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของชุมชนบุกรุก และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมือง ที่เข้าร้องเรียนการถูกไล่ที่ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า กทม.แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในเขตกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการ ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยตัวแทนจากกลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาครวม 36 คน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธาน มีตนและนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม.เป็นรองประธาน นอกจากนี้ยังมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกฯ มาเป็นที่ปรึกษา นางทยากล่าวต่อว่า สำหรับคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีหน้าที่ดังนี้ 1.พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงจุดที่เป็นปัญหาของชุมชนบุกรุก รวมทั้งผลกระทบในด้านต่างๆ จากการพัฒนาเมือง 2.เรียกบุคคลใดๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือขอส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการ พิจารณา 3.พิจารณาเสนอแนะและให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการวางแผนแก้ไขปัญหาด้าน ต่างๆ จากการพัฒนาเมือง เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของชุมชนบุกรุกและการพัฒนาชุมชนแล้วรายงานผู้ว่าฯ กทม.เพื่อพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เหมาะสมหรือเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป 4.คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในเขตกรุงเทพฯ มีวาระการปฏิบัติหน้าที่ 2 ปี 5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตามที่เห็นสมควร และ 6.หน้าที่อื่นๆ ตามที่ผู้ว่าฯ กทม.มอบหมาย ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมร่วมกันนัดแรกในวันที่ 26 ม.ค.นี้ หน้า 28 http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaVoyc3dNekU0TURFMU13PT0=§ionid=TURNek1nPT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB4T0E9PQ== |
ตำรวจสากล
| วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6990 ข่าวสดรายวัน ตำรวจสากล คอลัมน์ที่ 13 องค์การตำรวจสากลมาจากคำภาษาอังกฤษว่า ICPO (International Criminal Police Organization) หรือ Interpol (International Police) เป็นองค์การความร่วมมือของตำรวจระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกจากการรวมตัวของ 14 ประเทศในทวีปยุโรป ที่ประเทศโมนาโก ในปี ค.ศ.1914 หรือ พ.ศ.2457 ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกในองค์การทั้งหมด 187 ประเทศ สำนักงานเลขาธิการกองบัญชาการกลางแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานกองบัญชาการอยู่ที่ นิวยอร์ก ประเทศสมาชิกทุกๆ ประเทศจะมีศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้เรียกว่า National Central Bureau (NCB) ซึ่งเป็นสำนักงานกลาง และเป็นช่องทางในการดำเนินงานของตำรวจสากล วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งตำรวจสากลก็เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและติดต่อแลก เปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมกับสำนักงานกลางตำรวจสากล หรือกองบัญชาการของประเทศสมาชิกอื่น โดยในกองบัญชาการของแต่ละประเทศสมาชิกจะมีเจ้าหน้าที่ขององค์การตำรวจสากล หรือของประเทศสมาชิกอื่นประจำการอยู่ด้วย เพื่อให้การติดต่อประสานงาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว กิจการและหน้าที่ขององค์การตำรวจสากล คือ 1.ติดต่อกับประเทศสมาชิก เพื่อขอทราบรายงานและสถิติอาชญากรรมของประเทศเหล่านั้น โดยประเทศภาคีสมาชิกจะจัดส่งไปยังสำนักงานกลางทุกๆ ปี ทำรายงานส่งให้ประเทศภาคีทราบถึงความเคลื่อนไหวของผู้ร้ายซึ่งประเทศภาคี ต้องการทราบ จัดส่งใบแจ้งรูปพรรณของผู้ร้ายบางคนไปให้ประเทศภาคี แจ้งข่าวคราวการเคลื่อนไหวของผู้ร้ายบางคนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารและประสานงานในการที่จะจับกุมต่อไป ตลอดจนรวบรวมประวัติอาชญากรสำคัญๆ ของโลก 2.ร่วมมือกับสมาชิกตำรวจสากลประเทศอื่น ในการจับกุม ปราบปราม และดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมหรือความผิดตามกฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่การกระทำความผิดอาญาต่อบุคคล การค้าทาส การค้าหญิง การลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ สลัดอากาศหรือสลัดทะเล การฉ้อโกงระหว่างประเทศ การกระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมเงินตรา ยาเสพติดให้โทษ ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกขององค์การตำรวจสากล โดยได้ตั้งสำนักงานกลางแห่งชาติอยู่กองการต่างประเทศ กรมตำรวจ กรุงเทพมหานคร ใช้ชื่อว่าสำนักงานตำรวจสากล THE INTERPOL Bangkok, Foreign Affairs Division, Royal Thai Police ผล งานของตำรวจสากลในประเทศไทยเอง อาทิ ร่วมมือกับสถานทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย ติดตามตัวนายปาสคาล คิริเนน (PASCAL QUIRYNEN) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 884/2551 ผู้ร้ายข้ามแดนในคดีฆ่าผู้อื่นเสียชีวิตที่ประเทศเบลเยียม ซึ่งศาลเบลเยียมมีคำพิพากษาให้จำคุก 25 ปี และหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย หรือการนำหมายจับเอฟบีไอเข้าจับกุมนายไบรอัน ผู้ต้องหาตามหมายจับของเอฟบีไอ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กและข่มขืนผู้หญิงในปี พ.ศ.2532 ในลาสเวกัส และหนีมากบดานในพื้นที่ จ.น่าน เป็นครูสอนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านปรางค์ ต.บ้านปรางค์ อ.ปัว จ.น่าน และควบคุมตัวไปดำเนินการเพื่อส่งไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตามข้อ ตกลงเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือจากตำรวจสากล ให้ติดตามตัวนายอาบู อาลี ชาวอิหร่าน ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นมือสังหารเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดีอาระเบียในประเทศไทย ในช่วงปี 2533-2534 เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ให้กลับมาเป็นปกติ หน้า 6 http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dPREU0TURFMU13PT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB4T0E9PQ== |
เรื่อง "เขายายเที่ยง" กับ ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ เรื่องของ "ดวงดาว"
เรื่อง "เขายายเที่ยง" กับ ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ เรื่องของ "ดวงดาว"
ท่วงที พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต่อกรณีเขายายเที่ยง ในสายตาของบางคนสะท้อนความเป็นคนคิดช้าเงอะๆ งะๆ
แต่สำหรับบางคน ยืนยันว่าเป็นผลจาก "ดวงดาว"
จะมองในด้านที่คิดช้า เงอะๆ งะๆ ได้อย่างค่อนข้างเป็นรูปธรรม ต้องรับฟังบทสรุปจาก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ
ความจริง ควรตัดสินใจมาตั้งแต่ปี 2550 แล้ว เพราะ ในปี 2550 ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นำเรื่องนี้เป็นประเด็นในการตรวจสอบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ข้อมูลตรงกันว่า บ้านบนเขายายเที่ยงเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติและเป็นป่าอนุรักษ์ หาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตัดสินใจคืนที่ดินบนเขายายเที่ยงให้ตั้งแต่เมื่อปี 2550 ระหว่างดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เสียงปรบมือคงดังสนั่นหวั่นไหวจากทุกสารทิศเพราะเป็นพฤติกรรมอันสอดรับกับ ความเป็น "คนดี" อย่างแท้จริง แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ปล่อยให้คาราคาซังมา จนถึงปี 2553
หากถือตามความเห็นของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ต่อคำวินิจฉัยของอัยการ
"ผม ไม่อยากจะบอกว่าช่วยกันหรอกนะ ขาดเจตนาเขาก็เปิดช่องให้แล้ว เปิดช่องไปสู่เรื่องที่สองก็คือว่าแต่ครอบครองไม่ได้เพราะว่าเป็นป่าสงวน อัยการเขาก็เมตตาอยู่แล้ว "หาทางลง เอาบันไดมาให้ลงแล้วไม่ลง"
ตรงนี้แหละที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ฟันธงว่า "เจ้าของเรื่อง (คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์) แก้ไขสถานการณ์แบบเงอะๆ งะๆ"
เรื่องที่สมควรจะจบอย่างรวดเร็ว กลับไม่จบ
นั่นก็คือ ในอีกด้านเท่ากับเป็นการสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มคนเสื้อแดงขยายจากเขายายเที่ยงไปยังเขาสอยดาว
เป็นการขยายในเรื่อง 2 มาตรฐานของการบังคับใช้กฎหมาย นำไปสู่การเปรียบเทียบกรณีการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกซึ่งผู้ซื้อคือ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซื้อไม่ผิด แต่สามีคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รับรองให้ภรรยาซื้อผิดต้องโทษติด คุก 2 ปี แล้วกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีการยึดครองที่แต่ไม่ผิดเพราะไม่ได้เจตนา ในเมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เคยเป็นทั้งผู้บัญชาการทหารบก ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งองคมนตรี ทั้งนายกรัฐมนตรี แต่ยังตัดสินใจเรื่องสำคัญอย่างเงอะๆ งะๆ เชื่องช้า
ประชาชน จะตัดสินวิจารณญาณของท่านว่าไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมย่อมไม่ได้ เพราะว่าคนที่เคยผ่านงานระดับคอมมานโดอย่างผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีมาแล้ว คงตระหนักรู้อยู่เป็นอย่างดี ยิ่งตำแหน่งองคมนตรีซึ่งอยู่ในฐานะเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ยิ่งแทบไม่มีข้อสงสัยในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม
ทุกอย่างจึงน่าจะโทษ "ดวงดาว" เป็นเหมาะสมที่สุด หากมิใช่เพราะ "ดวงดาว" สถานการณ์ต่างๆ คงดำเนินไปด้วยความราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนยอดเขา
หากมิใช่เพราะ "ดวงดาว" พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คงตัดสินใจไปแล้ว และหากมิใช่เพราะ "ดวงดาว" เรื่องอันเกี่ยวกับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติคงไม่บานปลาย
ไม่บานปลายจาก "เขายายเที่ยง" จนถึง "เขาสอยดาว" เป็นแน่แท้
หน้า 6
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dOakU0TURFMU13PT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB4T0E9PQ==
เทรนด์ ไมโครชี้"คลาวด์"เพิ่มเสี่ยงภัยโจมตีข้อมูล | Tech Oops!
http://www.techoops.com/content/tech-news/11893/
ทุนจดทะเบียนแค่ 5 ล้าน แต่ซื้อถึง 3.1 แสนตัน-กว่า1.5 พันล.
เรียกคืนเครื่องราช-ถอดยศทหารบก- ขรก.ศึกษาพร้อมกัน 3 ราย
36 องค์กรไทย-เทศ ยื่นจม.เปิดผนึก ห่วงความมั่นคงแรงงานข้ามชาติในไทย
36 องค์กรไทย-เทศ ยื่นจม.เปิดผนึก ห่วงความมั่นคงแรงงานข้ามชาติในไทย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มกราคม กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทยและต่างประเทศ 36 องค์กร นำโดย นายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา อานดี้ ฮอลล์ ผู้อำนวยการโครงการยุติธรรมเพื่อแรงงานข้ามชาติ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เซนเทย์ โครงการยุติธรรมเพื่อแรงงานข้ามชาติ จ๋ามมล โครงการยุติธรรมเพื่อแรงงานข้ามชาติ จ.เชียงใหม่ได้ ยื่นหนังสือเปิดผนึก ทั้งนี้ จากมติการประชุมของคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติ ประกอบด้วย ลาว กัมพูชา และพม่า ออกไปอีก 2 ปี นับจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 และถ้าใบอนุญาตทำงานหมดอายุ แรงงานข้ามชาติที่ต้องการพิสูจน์สัญชาติก็สามารถต่อใบอนุญาตทำงานอยู่ใน ประเทศได้จนกว่าจะพิสูจน์สัญชาติเสร็จ ซึ่งผลการประชุมดังกล่าวต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และแรงงานข้ามชาตินี้มีประมาณ 1.4 ล้านคน แต่สำหรับแรงงานข้ามชาติสัญชาติพม่าที่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแล้วมี ประมาณ 10,000 คนเท่านั้น
ซึ่งมีกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 20 มกราคม 2553 นี้ แต่ยังไม่มี มติคณะรัฐมนตรีออกมารองรับตามมติการประชุมของคณะกรรมการบริหารแรงงาน ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทำให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติรู้สึกห่วงใย ด้วยรัฐบาลไทยเคยระบุหลายครั้งว่า ถ้าแรงงานข้ามชาติที่ไม่ประสงค์จะพิสูจน์สัญชาติและไม่ส่งแบบฟอร์มการ พิสูจน์สัญชาติ ก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุ รัฐบาลจะไม่ต่อใบอนุญาตทำงานให้และผลักดันแรงงานเหล่านี้ออกนอกประเทศ ซึ่งมีแรงงานจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจกระบวนการพิสูจน์สัญชาติรวมถึงยังไม่ ได้กรอกข้อมูลการพิสูจน์สัญชาติ จึงได้มีการร่วมลงชื่อในหนังสือดังกล่าวเพื่อแสดงความห่วงใย และขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาและดำเนินการกรณีดังกล่าว
* * * * * * * * * *
จดหมายเปิดผนึกจากองค์กรและผู้ห่วงใยความมั่นคงและความปลอดภัย
ของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย
ด่วนที่สุด
วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓
เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เนื่องด้วย องค์กรเเละกลุ่มบุคคลดังมีรายชื่อเเนบท้ายมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยและ สถานการณ์ของเเรงงานข้ามชาติเข้าเมืองผิดกฎหมาย สัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา กว่า 2 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ของแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าที่คิดเป็นจำนวน ร้อยละ ๙๐ ของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ซึ่งแรงงานเหล่านี้ต้องเผชิญปัญหาภายในประเทศ และมีจำนวนกว่า ๖๑,๕๔๓ คนที่ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยจะหมดอายุลงในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓ นี้
แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยโดยไม่มีเอกสารใดๆ แต่ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัยชั่วคราวและมีสิทธิทำงานชั่วคราวเพื่อรอ การส่งกลับ โดยมติคณะรัฐมนตรีที่ผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้สามารถอยู่ในประเทศ ไทยได้แบบปีต่อปี เนื่องจากเห็นว่าแรงงานข้ามชาติสามารถเข้ามาทำงานแทนแรงงานไทยในงานที่คนไทย ไม่ทำและเป็นกำลังสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ระบุว่าใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติทุกคนจะหมดอายุลงในปี ๒๕๕๓ ซึ่งหลังจากนั้น แรงงานข้ามชาติจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติเพื่อเป็นการยืนยัน สัญชาติของแรงงานข้ามชาติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แรงงานข้ามชาติเหล่านี้เดิน ทางเข้าสู่ประเทศไทย กระบวนการพิสูจน์สัญชาติเป็นกระบวนการที่เป็นทางการสำหรับนำเข้าแรงงานข้าม ชาติระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เป็นวันที่รัฐบาลไทยกำหนดให้แรงงานข้ามชาติต้องพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จสิ้น แม้ว่า กระบวนการนี้จะต้องพบกับอุปสรรคมากมาย แรงงานข้ามชาติกว่าร้อยละ 90 ที่ต้องพิสูจน์สัญชาติเป็นแรงงานข้ามชาติที่มาจากประเทศพม่า แต่จนถึงขณะนี้ มีแรงงานข้ามชาติประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนเท่านั้นที่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ
การขาดการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้แรงงานและนายจ้าง มีความรู้ ความเข้าใจประโยชน์ของการพิสูจน์สัญชาติ สร้างแรงจูงใจในการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ อีกทั้งค่าใช้จ่ายของกระบวนการที่ค่อนข้างมีราคาสูงสำหรับแรงงานข้ามชาติและ ยังไม่มีการควบคุมบริษัทเอกชนที่เข้ามาดำเนินการ ทำให้แรงงานข้ามชาติมีความหวาดกลัว รวมทั้งกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว เนื่องจากพวกเขาต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ลงในแบบฟอร์มพิสูจน์สัญชาติ โดยเฉพาะแรงงานพม่าที่จะต้องกรอกรายละเอียดประวัติส่วนตัวส่งให้กับรัฐบาล ทหารพม่า ท่ามกลางข่าวลือที่แพร่กระจายว่า ทางการได้เข้าไปเก็บภาษีจากครอบครัวของพวกเขาในประเทศพม่าและการพิสูจน์ สัญชาติมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๓ นี้ อีกทั้ง กระบวนการยังแตกต่างจากการพิสูจน์สัญชาติของประเทศลาวและกัมพูชา เนื่องจาก แรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าจะต้องเดินทางกลับไปพม่าเพื่อพิสูจน์สัญชาติ มีแรงงานข้ามชาติจำนวนกว่า ๑.๔ ล้านคนที่ต้องพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จภายในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ แต่กระบวนการดังกล่าวยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า มีศูนย์พิสูจน์สัญชาติในประเทศพม่าทั้ง ๓ แห่ง แต่ละแห่งสามารถดำเนินการพิสูจน์สัญชาติให้กับแรงงานได้ไม่เกินวันละ ๒๐๐ คนต่อวัน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
ผู้ลงนามข้างท้ายมีความกังวลว่า แรงงานข้ามชาติจำนวน ๖๑,๕๔๓ คนที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓ นี้ และเป็นแรงงานข้ามชาติกลุ่มแรกที่ต้องเผชิญกับเส้นตายของการพิสูจน์สัญชาติ อาจจะต้องถูกผลักดันกลับตามนโยบายของภาครัฐที่ประกาศว่าจะผลักดันแรงงานข้าม ชาติที่ไม่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติกลับประเทศ ซึ่งแรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการนี้ อีกทั้ง มีแรงงานข้ามชาติอีกเป็นจำนวนมากที่ปฏิเสธกระบวนการดังกล่าว
จากผลกระทบโดยตรงของกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ที่มีต่อชีวิตของแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ ผู้ลงนามข้างท้าย มีความเห็นว่านโยบายของรัฐบาลไทย ที่จะอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติต่อใบอนุญาตทำงานได้ในปี ๒๕๕๓ หรือขยายระยะเวลาไปถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเส้นตายของการพิสูจน์สัญชาติ ยังมีความคลุมเครืออยู่ ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ประกอบกับได้รับข้อมูลว่า แต่ละจังหวัดมีการดำเนินการเพื่อต่ออายุใบอนุญาตของแรงงานข้ามชาติที่ใบ อนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓ นี้อย่างไม่เป็นทางการและมีวิธีการที่แตกต่างกัน และรัฐบาลไทยยังไม่มีนโยบายด้านแรงงานข้ามชาติที่จะจัดการเรื่องนี้
เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายที่ ถูกต้อง อีกทั้งเป็นการผ่อนความวิตกกังวล และสื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับทั้งแรงงานฯ นายจ้าง/ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง องค์กรเเละกลุ่มบุคคลดังมีรายชื่อเเนบท้ายจึงเรียนมา เพื่อขอให้ท่านตรวจสอบ สถานการณ์ และมีคำสั่ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้เเจงนโยบาย และทางปฏิบัติแก่แรงงาน นายจ้าง ภาคอุตสาหกรรมรวมถึงสาธารณชนใน ประเด็นต่อไปนี้ โดยเร่งด่วน
๑)รัฐบาลมีนโยบายต่อสิทธิอาศัยและสิทธิการทำ งานของแรงงานข้ามชาติจำนวน ๖๑,๕๓ คน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ หรือยังไม่ได้แสดงความจำนงพิสูจน์สัญชาติ หรือไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ อย่างไร เป็นไปโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับใด
๒) รัฐบาลมีนโยบายต่อสิทธิอาศัยและสิทธิการทำงานของแรงงานข้ามชาติจำนวน ๑.๔ ล้านคน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ หรือยังไม่ได้แสดงความจำนงพิสูจน์สัญชาติ หรือไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ อย่างไร เป็นไปโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับใด
๓) จะมีการออกมติคณะรัฐมนตรีตามมติของคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าว และ กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ เพื่อขยายระยะเวลาต่อใบอนุญาตให้กับแรงงานข้ามชาติที่แสดงความจำนงเข้าสู่ กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ต่อไปอีก ๒ ปีหรือไม่ และรัฐบาลจะผลักดันแรงงานข้ามชาติที่ไม่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติกลับ ประเทศ เมื่อใด
องค์กรและกลุ่มบุคคลดังมีรายนามข้างท้ายมี ความวิตกกังวลต่อทิศทางการดำเนินการของรัฐบาลที่จะไม่ผ่อนผันให้มีการต่อ อายุใบอนุญาตทำงาน และ/หรือผลักดันแรงงานข้ามชาติที่ไม่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติกลับ ประเทศ (รวมทั้งผู้ติดตามที่อยู่ในประเทศไทย) เนื่องจากไม่อาจเป็นการแก้ปัญหาและอุปสรรคของกระบวนการพิสูจน์สัญชาติที่มี อยู่ได้
ผู้ลงนามด้านท้ายเห็นว่าการดำเนินการบริหาร จัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย พึงดำเนินการโดยคำนึงถึง ความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และควรดำเนินการโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้เเจงต่อสาธารณะโดยเร็ว เพื่อความเข้าใจร่วมกัน จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263785430&grpid=03&catid=00
Call to Arms for Web Designers: Make Simplicity the Trend for 2010 – Inspect Element - Web Design & Development Blog
http://inspectelement.com/articles/web-design-simplicity/
ผู้ติดตาม
คลังบทความของบล็อก
-
▼
2010
(11)
-
▼
มกราคม
(11)
- ดร.รัชดา ธนาดิเรก... ส.ส.ที่น่ารู้จัก จากบล็อก โอเ...
- เรื่องสัจธรรมความหมายของคำว่า นารีพิฆาต
- วันที่ 18-19 มี.ค.นี้ ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
- กทม.ดึง"สุพัตรา"แก้ชุมชนแออัด
- ตำรวจสากล
- เรื่อง "เขายายเที่ยง" กับ ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ เร...
- เทรนด์ ไมโครชี้"คลาวด์"เพิ่มเสี่ยงภัยโจมตีข้อมูล |...
- ทุนจดทะเบียนแค่ 5 ล้าน แต่ซื้อถึง 3.1 แสนตัน-กว่า1...
- เรียกคืนเครื่องราช-ถอดยศทหารบก- ขรก.ศึกษาพร้อมกัน ...
- 36 องค์กรไทย-เทศ ยื่นจม.เปิดผนึก ห่วงความมั่นคงแรง...
- Call to Arms for Web Designers: Make Simplicity th...
-
▼
มกราคม
(11)
